ชื่อหนังสือ : ครูไพบูลย์ เป๋หลังค่อม ผู้ไม่ยอมจำนนต่อคำเย้ยหยัน
ผู้เขียน : ไพบูลย์ พันธ์เมือง
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์อินสปายร์ (ในเครือนานมีบุ๊คส์)
ราคา : 175.00 บาท
เนื้อหาโดยรวม : "ครูไพบูลย์ เป๋หลังค่อม ผู้ไม่ยอมจำนนต่อคำเย้ยหยัน"เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเด็กวัยรุ่นผู้ด้อยโอกาสที่ต้องต่อสู้กับขวากหนามในชีวิตมากมาย ต้องใช้ทั้งความมานะอดทน อดกลั้น จนได้รับการยอมรับนับถือจากคนในสังคม

....ระหว่างที่บรรดาพระและสามเณรหนุ่ม ๆ กำลังให้หมอชูดูลายมืออยู่ สามเณรรื่นก็ลากมือสามเณรบูลย์ไปให้หมอชูดู  หมอชูคว้ามือไปแล้วก็พยากรณ์ว่า

          "ฝ่ามือเป็นดวง ๆ เป็นจ้ำ ๆ ดวงชะตาบ่งบอกว่าสมองทึบตัน ไม่มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต อย่าได้คิดสึกออกไปจากพระเณรเลย บวชหากินไปจนตายเถอะ ไม่แน่ ตอนแก่ ๆ อาจจะได้เป็นสมภารที่วัดไหนสักแห่ง" ช่วงเวลานั้น ไทยมุงหลายคนก็พากันสนใจใหญ่

          สามเณรรื่นก็แกล้งพูด เพื่อดูว่าหมอชู จะแก้ต่างอย่างไร จะได้หาวิธีกดข่มให้ เณรบูลย์เลิกเชื่อมั่นในตัวเอง โดยพูดว่า "ดูผิดละมั้ง โยมไม่รู้อะไร ปีที่แล้ว เณรบูลย์สอบนักธรรมโทได้อันดับ 1 ของสำนักเชียวนา

          หมอชูก็บอกว่า ฟลุกน่ะ เด็กจบ ป.4 ยังเคยทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เรื่องแบบนี้ เหมือนซื้อหวย ของมันฟลุก กันได้

          สามเณรจำนงก็หาช่องให้หมอชู วิพากษ์ต่อ โดยชี้ช่องว่า ให้หมอชูดูเนื้อคู่ให้เณรบูลย์

          หมอชูก็ตอบกลับแบบไม่กลัวข้อหาหมิ่นประมาท บอกว่า "เนื้อคู่...ผู้หญิงที่ไหนจะเอาคนขาเป๋หลังค่อมเป็นผัวล่ะ ก็อาจจะมีนะ เป็นพวกผู้หญิงหากิน พวกโสเภณี อะไรเทือกนั้น ผู้หญิงดี ๆ ไม่มีใครเอาหรอก"

          คำพูดที่เสียบแทงใจเช่นนั้น หลายคนฟังแล้ว อาจทำให้ท้อแท้จนอยากฆ่าตัวตาย แต่เณรบูลย์ไม่ได้คิด อย่างนั้น

          จากวันนั้น เขากลายเป็นคนเก็บ แต่ไม่กด คือเก็บทุกคำที่คนหมิ่น พยายามเอาคำดูถูกมาเป็นปุ๋ยคอยเติมชีวิต เป็นความใฝ่และฝัน เฝ้าหวังและรอเวลา หวังว่าสักวันหนึ่ง ฝันของเขาจะต้องเป็นจริง ถ้าเป็นนักเทศน์ หรือเป็นครูสอนนักธรรมไม่ได้ ก็จะไปเป็นศิลปินนักวาดรูปแทน

          ตั้งแต่นั้น ก็ใช้เวลาอ่านหนังสือ วาดรูป อยู่ในกุฏิอัปลักษณ์ จนกลายเป็นพระนักวาดสีน้ำมัน

          เรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของครูไพบูลย์ อาจทำให้ปัญหาที่ท่านเจอในวันนี้เล็กไปถนัดตา

มีคำพูด อีกตอนหนึ่งซึงผมชอบมาก ผู้เขียนบอกว่า...

          ผมเหมือนน้ำในอ่างล้างเท้า ที่ถูกเณรภิญโญเผาด้วยความร้อนแห่งถ้อยคำที่ว่า...

          “อย่าเรียนแค่ให้สอบผ่าน อย่าเรียนเพราะหลักสูตรบังคับ แต่จงเรียนเพื่อเอาความรู้ไปใช้ ทุกวิชาไม่ยากถ้าหากตั้งใจ เอาใจใส่ และรักมัน

การแข่งขันด้านความรู้เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าเราแพ้ตั้งแต่ในห้องเรียน จบไปจะสู้เขาได้อย่างไร เราอาจแย้งว่าทำเพื่อตัวเองไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน

แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้ เพราะโลกมีการยื้อแย่งแข่งกันมาตั้งแต่เรากำลังจะเข้าสู่ท้องแม่...”

          แล้วตอนท้าย ๆ ของหนังสือ ผู้เขียนเล่าถึงตอนที่กำลังเรียนปริญญาตรีอยู่ และได้เดินทางไปหาเพื่อนคนหนึ่ง ในหนังสือใช้ชื่อตอนว่า “คนลืมตัว วัวลืมตีน” ลองอ่านดูนะครับ

          ห้าปีต่อมา...

          ชายร่างเตี้ย ขาพิการ หลังค่อมนิด ๆ มาพร้อมกับจักรยานยนต์คู่ชีพ ปรากฏกายขึ้นที่สวนมะพร้าวแปลงเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เขามาสืบหาเพื่อนอดีตสามเณร

วิโรจน์ที่อาศัยศาลาการเปรียญวัดแรก เพราะวิโรจน์เคยสั่งนักสั่งหนาว่า หากมีโอกาสมาที่อำเภอปะทิวให้ไปถามหาเขา แต่จากคำบอกเล่าของลุงเริ่ม ชายชราวัย 50 เศษ เจ้าของบ้านที่ชายขาพิการมาพักอาศัยอยู่ ทำให้เขาลังเลที่จะไปสืบหา

          “ในอำเภอนี้ไม่มีใครอีกหรอกที่มีชื่อเล่นว่า ‘นิว’ นอกจากไอ้ครูนิวลูกชายยายชุ่ม มันเป็นคนเดียวในหย่อมบ้านเราที่บวชเรียนแล้วไปเรียนที่เพชร ไอ้ครูนิวไปจบชั้น ม.ศ.3 แล้วก็สึกกลับไปเรียนครูที่นั่นอีก มันไปเรียนอยู่ 2 หรือ 3 ปีนี่แหละ

โอ๊ย! เดี๋ยวนี้มันกลับมาใหญ่โต ผิดไปเป็นคนละคน มันสอนอยู่ที่โรงเรียนหน้าอำเภอนี่แหละ แต่มันไม่ค่อยพูดจากับชาวบ้าน มันวางตัวคนละระดับ ถ้ามึงอยากพบมัน ก็เข้าไปในซอยข้างเขาแมวนั่น มันเพิ่งซื้อสวนไว้แปลงนึง ตอนเย็น ๆ หลังเลิกเรียน มันเข้าไปถางสวนทุกวัน”

          ชายขาพิการหลังค่อมพบชายร่างสันทัดผิวคล้ำกำลังถางป่าอยู่ในสวนมะพร้าว เมื่อเทียบลักษณะกับสามเณรวิโรจน์เมื่อห้าปีก่อน เขายังไม่แน่ใจว่าใช่ แม้ท่าทางและน้ำเสียงจะคลับคล้ายคลับคลา แต่การพูดจาบอกสำเนียงว่าไม่ต้องการต้อนรับหรือไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

          “ใช่! ผมชื่อวิโรจน์ คุณมีธุระอะไรกับผมหรือ”

          ชายขาพิการไม่เชื่อว่าวิโรจน์จะจำเขาไม่ได้ เพราะเขามีบุคลิกลักษณะของร่างกายที่ไม่เหมือนใคร

          “ผมทราบว่า คุณเคยไปเรียนที่เพชร คุณเคยบวชเรียนและอยู่ที่วัดแรก ตอนนั้นผมบวชเป็นเณร ไปเรียน ม.5 ม.6 และจบ ม.6 ที่เพชร ผมอยู่ที่วัดแรก ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเป็นเณรอยู่ที่วัดนั้น ชื่อวิโรจน์ เขาสั่งให้ผมมาหาถ้ามีโอกาสมาที่อำเภอนี้” ชายขาพิการพูด

          ชายเจ้าของสวนมีอาการกระอักกระอ่วน แต่ไม่ยอมรับว่าเขาคือวิโรจน์ที่เคยรู้จักกับชายขาพิการ

          “แล้วในอำเภอนี้มีใครอีกไหมครับ ที่บวชเณรแล้วไปเรียนที่เพชร” ชายขาพิการถามอีก

          “โอ๊ย! มีเยอะแยะ แต่ผมจำไม่ได้หรอกว่าใครบ้าง”

          ชายขาพิการเดินกลับมาจับแฮนด์รถจักรยานยนต์ ป่ายขาขึ้นคร่อม แต่ก่อนจะติดเครื่องเคลื่อนรถออก ครูวิโรจน์ถามว่า

          “คุณทำอะไรอยู่ที่ไหนตอนนี้”

          “ผมกำลังเรียนปริญญาตรี เอกศิลปะ อยู่ที่ มศว.ประสานมิตร อีกปีเดียวก็จะจบ ผมเป็นครูอยู่ที่พังงา ผมลาศึกษาต่อ ภรรยาผมเป็นคนที่นี่ ตอนปิดเทอมผมชอบมาพักที่บ้านพ่อตา ที่บ้านเกาะชะอม พ่อตาผมชื่อเริ่ม...”

          ชายขาพิการตอบแล้วสังเกตเห็นว่าวิโรจน์มีอาการตกใจจนหน้าซีดสลด เขาคงคิดไม่ถึงว่าอดีตเพื่อนที่ตนดูหมิ่นดูแคลนไม่อยากต้อนรับ เพราะกลัวจะมาขออาศัยพึ่งพา จะกลายเป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนปริญญาตรี ซึ่งมีดีกรีและศักดิ์ศรีสูงกว่าตน ในสมัยนั้น ครูที่จบปริญญาตรีตามจังหวัดห่างไกลยังไม่มี

ขอบคุณแหล่งข้อมูลประกอบ : http://www.oknation.net/blog/chaiyospun/2010/03/24/entry-1
 
น.ส.สุภัสสร วุฒิธรรมรักษ์ ม.4/3 เลขที่ 15

edit @ 22 Feb 2012 10:15:33 by bellly

Comment

Comment:

Tweet

This is one awesome blog.Thanks Again. Much obliged.

#10 By MAILLOT BAYERN MUNICH LIGUE CHAMPIONS (202.105.60.107) on 2013-08-25 13:29

There is noticeably a bundle to know about this. I assume you created particular nice points in capabilities also. lululemon yoga pants http://thecaliforniabuilding.com/lululemon-yoga-pants/

#9 By lululemon yoga pants (103.7.57.18|110.89.36.112) on 2013-07-11 11:51

UhZugayd http://www.WQdF1WAn6wyM902Y8N71M1.com/
<a href="http://www.WQdF1WAn6wyM902Y8N71M1.com/" title="UhZugayd">UhZugayd</a>
UhZugayd

#8 By UhZugayd (103.7.57.18|180.127.134.191) on 2013-07-05 17:49

OYqxcwPT http://www.19Ms80iaTSC8nz5V07R8iV.com/
<a href="http://www.19Ms80iaTSC8nz5V07R8iV.com/" title="OYqxcwPT">OYqxcwPT</a>
OYqxcwPT

#7 By OYqxcwPT (103.7.57.18|122.117.206.203) on 2013-07-05 17:49

Forum/post.php?tid=

#6 By maillt de fot pas cher (103.7.57.18|202.105.90.156) on 2013-07-05 17:15

น่าอ่านมากก

#5 By Tantann on 2012-02-19 20:33

ข้อคิดดีมากเลยคับเรื่องนี้

#4 By Nueng on 2012-02-19 03:21

อ่านแล้วคงได้ข้อคิดดีดีเอามาใช้ในชีวิตประจำวันเยอะเลยนะเนี่ย

#3 By Moo-sassy on 2012-02-17 22:06

มีเเต่สาระล้วนๆ :)

#2 By oneilmesx on 2012-02-17 20:53

หนังสือนี้ดีมากเลย big smile

#1 By Thanawan1995 on 2012-02-17 20:46